สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเลือกกระเป่าแบรนด์เนมมือสอง

ไม่ถือเป็นกระเป่าแบรนด์เนมมือสองทุกชิ้นที่ถือได้ว่าเป็นของจริง เป็นผู้เชี่ยวชาญในการแยกแยะระหว่างกระเป่าแบรนด์เนมมือสองแท้และของปลอม นักช็อปต่อรองหลายรายพยายามหวีผ่านเว็บไซต์ประมูลออนไลน์ต่างๆหรือโฆษณาย่อยสำหรับข้อเสนอพิเศษที่น่ากลัวเกี่ยวกับกระเป๋าถือของนักออกแบบ อย่างไรก็ตามมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการกำหนดกฎพื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับวิธีพิจารณาว่าถุงแฟชั่นเป็นของจริงหรือไม่ ประเด็นสำคัญที่ควรทราบ ได้แก่

กระเป่าแบรนด์เนมมือสองผู้ขายมีภาพจริงและชัดเจนหรือไม่

ควรมีรูปถ่ายจริงจำนวนมากไม่ใช่รูปถ่ายหุ้นของกระเป๋าถือที่ออกแบบเพื่อจำหน่าย รูปภาพเหล่านี้ควรแสดงให้เห็นถึงสภาพที่แท้จริงของภาพภายนอกการตกแต่งภายในและแม้กระทั่งภาพระยะใกล้ ๆ ของรายละเอียดที่ซับซ้อนเช่นโลโก้ของดีไซน์เนอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของแท็กระบุลักษณะและ  กระเป่าแบรนด์เนมมือสองหรือหมายเลขประจำตัวการตรวจสอบและ / หรือรหัสวันที่ หากจำเป็นค้นหาและเปรียบเทียบปัจจัยที่ระบุจากรูปภาพในเครื่องมือค้นหาออนไลน์เช่น

ความจริงทั่วไปที่ต้องรู้ก็คือกระเป๋าถือที่มีราคาแพงกว่าควรมีรูปของแท้มากขึ้นในรายการนี้ บัตรของแท้และถุงเก็บฝุ่นรวมถึงสิ่งสำคัญ แต่โปรดทราบว่าพวกเขาสามารถปลอมแปลงได้โดยง่าย เครื่องหมายระบุบนถุงมีความสำคัญมากขึ้น โปรดจำไว้ว่ากระเป่าแบรนด์เนมมือสองมักไม่รวมฝาปิดพลาสติกหรือกระดาษติดไว้หลังจากที่ซื้อมาจากร้านค้าปลีกแล้ว ส่วนใหญ่จะนำผ้าคลุมทั้งหมดออกหลังจากที่ผลิตภัณฑ์ออกจากที่เก็บ

ชื่อเสียงและบันทึกการติดตามของผู้ขายคืออะไร

ในบางครั้งผู้ขายอาจไม่มีประวัติที่กว้างขวางสำหรับการขาย แต่อย่างน้อยควรมีคะแนนความคิดเห็นในเชิงบวกสูงสำหรับการขายปลีกสินค้าที่เป็นของแท้ ร้านค้าปลีกออนไลน์ที่เป็นมืออาชีพที่เกิดขึ้นจริงควรมีทั้งข้อมูลประจำตัวที่สำคัญเหล่านี้ ตรวจสอบว่าได้ยืนยันประวัติการเข้าชมของตนเพื่อรับข้อเสนอแนะเชิงลบหรือเป็นกลางโดยการมองผ่านรายการหรือติดต่อกับผู้ซื้อก่อนหน้านี้เพื่อยืนยัน สัญญาณคงที่ของข้อเสนอแนะเชิงลบ / เป็นกลางหรือประวัติการขายที่ จำกัด มากมักเป็นสัญญาณเตือนสำหรับผู้ที่กระเป่าแบรนด์เนมมือสองที่ใช้แล้ว

รายละเอียดของกระเป่าแบรนด์เนมมือสองควรมีความชัดเจน

และปราศจากคำที่สะกดผิดและไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ โทนของคำอธิบายควรรู้สึกค่อนข้างจริงใจและมีความสำคัญมากขึ้น คำอธิบายโบนัสจะเป็นขนาดที่แน่นอนของกระเป๋าเพื่อให้คุณสามารถทราบขนาดจริงก่อนซื้อ กระเป่าแบรนด์เนมมือสอง จำนวนมากที่ผู้ค้าปลีกระดับไฮเอนด์มีแนวโน้มที่จะเป็นสไตล์คลาสสิกหรือ ใช้เวลาสักครู่เพื่อค้นหาข้อมูลออนไลน์อย่างละเอียดผ่านทางเว็บไซต์อำนาจฟอรัมหรือแม้กระทั่งบล็อกกระเป่าแบรนด์เนมมือสอง แหล่งข้อมูลเหล่านี้มักประกอบด้วยที่เก็บของรูปแบบที่หายากเกษียณหรือยกเลิกเพื่อให้คุณลอดผ่าน เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือสูงยังสามารถตรวจสอบความถูกต้องของกระเป๋าได้ด้วยการให้ภาพถ่ายแบบเรียลไทม์ หากมีความแตกต่างในด้านสีหรือการวัดมักพบเห็นได้และคุณจะได้รับการแจ้งเตือนทันที

Posted in: สินค้า

5 ธุรกิจแฟรนไชส์สุดฮอต สำหรับนักลงทุนมือใหม่

%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%aa%e0%b9%8c การเริ่มต้นทำธุรกิจของนักลงทุนมือใหม่ ต้องเริ่มจากอะไร ? การวางแผนที่ยอดเยี่ยม-ดีพร้อม ทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม สินค้าและบริการ แหล่งเงินลงทุน รวมถึงการสร้างแบรนเป็นของตัวเอง ซึ่งการลงทุนทำธุรกิจต้องใช้หลากหลายปัจจัยเข้ามาเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นหลายๆคน จึงขจัดปัญหาเหล่านี้ โดยการลงทุนด้วยการซื้อแบรนด์ที่มีชื่อเสียงทอยู่แล้ว มาทำเป็นธุรกิจของตัวเอง อย่างที่เรียกว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) แฟรนไชส์คืออะไร ? แฟรนไชส์เป็นช่องทางการทำธุรกิจอย่างหนึ่งซึ่งผู้ซื้อแฟรนไชส์จะได้รับสิทธิ์ในการบริหารธุรกิจตามระบบแฟรนไชส์ ซึ่งกำหนดโดยเจ้าของแฟรนไชน์ โดยเจ้าของแฟรนไชน์จะให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ในการใช้เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า ข้อมูลลับ และทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของแฟรนไชส์ อีกทั้งจะคอยให้ความช่วยเหลือผู้ซื้อในการบริหารธุรกิจและจัดเก็บค่าธรรมเนียมบางอย่างสำหรับการอนุญาตให้ใช้สิทธิประโยชน์จากผู้ซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากเหล่านักลงทุนมือใหม่ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ง่ายและสะดวกในการลงทุน อีกทั้งความเสี่ยงที่ถือว่าต่ำกว่าการลงทุนด้วยตนเอง วันนี้ทาง เราจึงขอรวบรวมเหล่าธุรกิจแฟรนไชส์ 10 อันดับที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทยมาให้ได้ทราบกัน เผื่อจะอีกหนึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจแฟรนไชส์ อันดับ 5  บริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด ค่าแฟรนไชส์ : 195,000 บาท จำนวน 350 สาขา ธุรกิจสุดฮอตอันดับ 5 ตกเป็นของ วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่รวมงานบริการหลากหลายไว้ในจุดเดียว อาทิ บริการรับส่งเอกสารและพัสดุด่วน จุดรับชำระค่าใช้จ่าย ศูนย์ประกันภัย จุดจองตั๋วเดินทาง จุดเติมเงินออนไลน์ ศูนย์ถ่ายเอกสารครบวงจร ศูนย์บริการหมึกพิมพ์ และศูนย์ถ่ายรูปด่วนดิจิตอล อีกทั้งมีการเสริมรายได้หน้าร้านด้วยบริการ ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ วินเซ็นท์ วอเตอร์ โดยจุดประสงค์ของการขายแฟรนไชส์นี้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านบริการ และวิถีชีวิตที่เร่งรีบของชุมชน จนทำมีสาขากว่า 350 สาขาทั่วประเทศเลยทีเดียว อันดับ 4 บริษัท สมาร์ท เบรน จำกัด ค่าแฟรนไชส์ : 190,000 บาท จำนวน 360 สาขา สำหรับอันดับที่ 4 เป็นของ สมาร์ท เบรน แฟรนไชส์ทางด้านการศึกษา โดยหลักสูตรได้รับการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ในหลักสูตร “ จินตคณิต” คือหลักสูตรพัฒนาสมองสำหรับเด็กอายุ 5 – 12 ปี  ซึ่งพัฒนาเด็กให้มีความจำเป็นเลิศ และรู้จักใช้จินตนาการโดยใช้สมาธิอย่างต่อเนื่อง คือฟังและคิดคำนวณ ซึ่งครอบครัวที่มีลูกๆ หลานๆ ก็มักจะส่งเด็กๆเข้าเรียน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและพัฒนาความสามารถของเด็กในวัยเรียน ทำให้แฟรนไชส์นี้สามารถขยายสาขาได้ถึง 360 สาขาทั่วประเทศ อันดับ 3 คุมอง ค่าแฟรนไชส์ : 150,000 บาท จำนวน 420 สาขา ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของแฟรนไชส์คุมอง เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการเรียน การศึกษา โดยเน้นสอบเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ อีกทั้ง คุมองเป็นธรุกิจทางด้านการศึกษาที่มีเครือข่ายมากที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งในประเทศไทยมีทั้งหมด 420 สาขา อันดับ 2 เอ็มมิลค์ ค่าแฟรนไชส์ : 21,000 บาท จำนวน 455 สาขา แฟรนไชส์เอ็มมิลค์ ติดมาอยู่ในอันดับที่ 2 โดยสินค้าเอ็มมิลค์ จะเหมือนกับร้านขายขนมปังสังขยาและนมสดทั่วไป โดยจะเน้นไปที่เครื่องดื่มนมสด เช่น กาแฟนมสด โกโก้นมสด น้ำแดงนมสด นมสดร้อน-เย็น สังขยาใบเตย ซึ่งเป็นขนมทานเล่น และถือที่ว่าเป็นที่นิยมจนมีมากกว่า 455 สาขาทั่วประเทศ อันดับ 1 ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด ค่าแฟรนไชส์ : 25,000 บาท จำนวน 500 สาขา แฟรนไชส์อันดับที่ 1 เป็นของ ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด ซึ่งหลายๆ ท่านมักจะเห็นร้านค้านี้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ซึ่งจะขายสินค้าประเภทอาหาร โดยเฉพาะขนมปังสังขยา ที่เป็นที่เลื่องชื่อถึงความนุ่ม หวาน มัน ของสังขยา ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเพียงร้านเล็กๆ แต่ก็สามารถขยายสาขาได้กว่า 500 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งหากใครมองหาร้านค้าที่ไม่ใหญ่หรือมีพื้นที่จำกัดในการขาย ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

Posted in: ธุรกิจ

7 วิธีหาเงินออนไลน์ที่จะมาแรงแน่ๆในปี 2016

maxresdefault-1

ปัจจุบัน การหาเงินบนโลกออนไลน์นั้น ทำง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก เป็นเพราะว่ายุคนี้อินเทอร์เนตเข้ามามีบทบาทสำคัญ อย่างที่เราเห็นตัวอย่างจากหลายๆคน ที่สามารถทำเงินได้อย่างมหาศาลโดยใช้ระบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว  ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจการหาเงินออนไลน์ ไม่ว่าจะทำเป็นอาชีพ หรือ เพื่อสร้างรายได้เสริม ความจริงแล้ว การหารายได้ออนไลน์ มีมากมายหลายวิธี ถ้าผมจะยกมาเขียนทั้งหมดเกรงจะมากจนเกินไป แต่จะยกมาเฉพาะที่ได้รับความนิยมและน่าสนใจมาให้อ่านซัก7 ข้อ ทั้งยังเป็นเทรนด์การหาเงินที่มาแน่นอนในปี2016นี้ และใครที่สนใจเรื่อง การใช้อินเทอร์เนตหาเงิน ก็ลองไปหาความรู้เพิ่มเติมดูครับ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1.อี-คอมเมิร์ซ หรือ ขายของผ่านออนไลน์

ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด หลายๆคนก็ทราบกันดี นั่นก็เรื่องของการขายสินค้าผ่านโลกออนไลน์นั่นเอง ซึ่งโดยหลักๆแล้ว ช่องทางการจัดจำหน่ายที่นิยมกัน ก็จะเป็น โซเชียลมีเดียอย่าง เฟสบุค อินสตาแกรม ไลน์ และ ขายผ่านเวปไซต์  แต่ตอนนี้น่าสนใจขึ้นมากเพราะ การขายของออนไลน์ มีระบบดีๆเข้ามาช่วยสนับสนุน ให้เราขายของกันง่ายขึ้น ลดขั้นตอนความยุ่งยากลงไปมากทีเดียว มีระบบ หน้าบ้าน หลังบ้าน คอยช่วยเหลือ เช่น การแพคของ ส่งของ ส่งข้อความแจ้ง  เตือนลูกค้า ต่างๆ หน้าที่หลักและ สิ่งที่เราต้องทำคือ สร้างสินค้าให้น่าเชื่อถือ ทำการตลาดให้ตรงกลุ่ม และขยันอัพเดทเรื่องราวและบทความเกี่ยวกับสินค้า ก็จะทำให้สินค้าของคุณขายติดลมบน จนมีลูกค้าประจำเลยทีเดียว งานนี้อาศัยความขยัน + คุณภาพของสินค้าครับ

2.เป็นนายหน้าออนไลน์

หรือเรียกกันว่า Affiliate แต่ก่อนเราทำกันที่ต่างประเทศ อย่างเวปไซต์ Amezon ซึ่งเป็นเรื่องที่มาแรงมากๆในช่วงนี้ มีวิทยากรหลายท่านจัดคอร์สสัมนาเกี่ยวกับการเป็นนายหน้าออนไลน์ มากมายหลายคอร์สเลยทีเดียว เพราะเมืองไทยพึ่งจะตื่นตัวเรื่องนี้ได้ไม่นานนัก นายหน้าออนไลน์ คือการนำสินค้าที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว มาขาย เพื่อรับค่าคอมมิชชั่น ซึ่งจะ เป็นการทำร้านค้าขายของ แต่ไม่มีสต๊อค ไม่ต้องสร้างแบรนด์เอง หน้าที่เราคือ หาคนซื้อแค่นั้น การตลาดแนวนี้จะมาแรงมาก ในปีนี้ เพราะ มีร้านค้าใหญ่ๆในไทย ให้ร่วมเป็นนายหน้าได้ ซึ่งมีสินค้า ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ สิ่งที่คุณต้องมีก็คือเวปไซต์ และทำออกมาให้มีคุณภาพ ไม่ว่าจะจ้างทำ หรือ ทำเอง เวปไซต์  ถ้าเวปไซต์มีคนเข้าเยอะ โอกาสขายสินค้า ก็จะเยอะตามไปด้วย

3.รับทำโฆษณาให้กูเกิล หรือเรียกว่า Google adsense

ถือเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมมาก สำหรับเจ้าของบล๊อค หรือเวปไซต์ ที่ไม่ได้มีสินค้าเป็นของตัวเอง ส่วนมากเป็นเวปไซต์ ให้ความรู้ต่างๆ หน้าที่คุณคือให้ความรู้ และสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพื่อให้คนสนใจเข้ามาอ่านข้อมูลในเวปไซต์คุณมากขึ้น จากนั้นเพียงคุณนำโค๊ตที่

โฆษณาของกูเกิลให้มา มาติดที่เวปไซต์คุณ ยิ่งเวปไซต์คุณมีคนเข้ามากเท่าไหร่ และยิ่งมีคนคลิกโฆษณามาก นั่นหมายถึงคุณจะได้เงินจากกูเกิลมากนั่นเอง

4.ขายทรัพย์สินทางปัญญา หรือ info product

เราจะเห็นแอพพลิเคชั่นออกมาเกลื่อนตลาด สินค้าที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น E-book Vdo ต่างๆ ที่ทำขึ้นเอง เขียนเอง ขายเอง หรือฝากขายตามที่ต่างๆ  ที่สำคัญ คนอื่นเลียนแบบไม่ได้ ถ้าคุณนำเสนอตรงกลุ่มเป้าหมาย คุณอาจจะรวย ชั่วข้ามคืนได้เลยทีเดียว

และสินค้าเหล่านี้ มักจะไม่มีต้นทุนเป็นเงาตามตัว เพียงแค่คุณสร้างแค่ครั้งแรกครั้งเดียว จากนั้น ก็สามารถทำเงินได้เรื่อยๆ

5.ขายคอร์สผ่านออนไลน์ และ Youtube

ณ เวลานี้ คงไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ ว่าเทรนด์ หรือกระแสการทำคอร์สออนไลน์นั้น มารุ่งพุ่งแรง อย่างหยุดไม่อยู่ มีผู้ทำเงินจากด้านนี้มากมายเลย ไม่ว่าจะสอนความรู้ สอนแนวคิด สอนเคล็ดลับ หรือ สอนทักษะพิเศษต่างๆ เช่นสอนเขียนบทความ สอนเล่นหุ้น สอนแต่งเพลง สอน

การหารายได้จากเฟสบุค สอนแต่งภาพ เป็นต้น ซึ่งแต่เดิม เวลาจะเรียน เราต้องไปตามสถานที่ ที่ผู้สอนจัดไว้ แต่เดี๋ยวนี้ ทุกอย่างทำผ่านออนไลน์ทั้งหมด แถมสามารถดูซ้ำไปซ้ำมาได้ตลอดเวลา ประหยัดทั้งเงิน เวลา และได้ความรู้แบบเต็มๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่า คนที่มีความรู้ด้านนี้ จะสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ถ้าหากคุณคิดว่า คุณเก่งด้านใหน วิชาอะไรเป็นพิเศษ คุณสามารถ ทำเป็นคอร์สออกมาขายได้เลย ทุกวันนี้โลกออนไลน์เปิดกว้างให้สำหรับทุกคน

6.นักเขียนบทความลงเวปไซต์

อาชีพนี้เรียกว่าเป็นอาชีพเกาะกระแส และมาแรงแน่นอนในปี 2016 เพราะจากกระแสด้านการขายออนไลน์ นายหน้าออนไลน์ คอร์สออนไลน์ต่างๆ จำเป็นจะต้องใช้นักเขียนที่มีทักษะการเขียนที่มีคุณภาพ เพื่อคอยทำเนื้อหาให้อย่างเลี่ยงไม่ได้ บางคนสงสัยว่าทำไมต้องจ้างนักเขียนทำไมไม่เขียนเอง ต้องบอกว่าบางคน มีเวปไซต์ มากกว่า1เวปไซต์ การที่จะมานั่งเขียนเองทั้งหมด เป็นเรื่องยากมาก อาชีพนักเขียนบทความคุณภาพ จึงจำเป็นมากในปี 2016 ถ้าหากคุณ อยากมีทักษะการเขียนบทความ เพื่อหารายได้ คุณสามารถลงเรียนคอร์สเขียนบทความได้เลย มีสถาบันดังๆคอยสอนคุณมากมาย รับรองคุณจะรู้เทคนิคการเขียนบทความสำหรับขาย และจะทำเป็นแบบ เต็มเวลา หรือทำแบบเป็นงานอดิเรก ก็ได้เช่นกัน

7.ทำธุรกิจเครือข่ายหรือ MLM ออนไลน์

อย่าเพิ่งตกใจครับ ฟังไม่ผิดครับ MLM ออนไลน์ แต่ไม่ใช่พวกชวนมาทำงานวันล่ะ 2-3 ชม./วัน แล้วมีรายได้นะครับ และไม่ไช่แชร์ลูกโซ่ หรือ สแปมแชท หรือส่งข้อความ สร้างความรำคาญให้คนอื่นนะครับ แบบนั้นเราเรียกว่าเป็น MLMด้านลบ แต่ที่ผมกำลังพูดถึง หมายถึง MLMจริงๆ ที่ถูกกฏหมาย มีระบบเวปไซต์ ที่ดี สินค้าที่ดีรองรับ มีการสอน การเทรนนิ่งต่างๆ อย่างเป็นระบบ สามารถพัฒนาตัวคุณ จากคนธรรมดา เป็นนักธุรกิจ ที่มีคุณภาพได้ และสามารถสร้างรายได้ ได้เป็นกอบเป็นกำจากเครือข่ายที่คุณสร้าง ที่สำคัญเมื่อธุรกิจเจริญเติบโต สามารถหยุดพักได้ แต่ยังมีรายได้ ผมรู้จักคนที่ทำแล้วมีรายได้หลักหลายแสนบาท ต่อเดือน

Posted in: ธุรกิจ

เว็บไซต์นั้นมีความสำคัญต่อธุรกิจในทางออนไลน์

ถ้าพูดถึงเว็บไซต์ เชื่อว่า ในยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก และไม่เคยใช้มัน แต่บทบาททางธุรกิจของ เว็บไซต์ นั้น หลายคนอาจจะยังสงสัยอยู่ว่า มันมีประโยชน์มากน้อยอย่างไร

หากย้อนไปในอดีต การค้า และธุรกิจต่างๆ ส่วนใหญ่เกิดจากการซื้อขาย แลกเปลี่ยนกันโดยตรงเป็นหลัก รวมไปถึงการโฆษณาผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ หรือ แม้กระทั่งวิทยุ ทั้งนี้การแข่งขันในอดีต อาจไม่ได้เข็มข้นเหมือนสมัยนี้ เพราะว่า ในปัจจุบัน ธุรกิจที่มีความคล้ายคลึงกันเกิดขึ้นมากมาย เราสามารถเจอร้านขายเสื้อผ้าเป็น พันๆ หมื่นๆ ร้าน หรือ ธุรกิจร้านกาแฟที่เปิดกันทั่วไปหมด ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้ คงต้องหาวิธีการโฆษณา และเข้าถึงผู้บริโภคในรูปแบบอื่น เพื่อลดต้นทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทางเลือกรูปแบบอื่น อย่างไรล่ะเว็บไซต์จึงเป็นช่องทางที่ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนในยุคนี้

ทุกวันนี้เราจะได้ยินคำถามที่ว่า คุณขายเสื้อผ้า คุณมีเว็บไซต์ รึเปล่า หรือ คุณมี Facebook Page รึเปล่า ซึ่งไม่แปลกที่ เว็บไซต์ จะเป็นช่องทางแรกๆ ที่เราไว้ใช้ติดต่อกัน และนำเสนอสินค้าต่างๆของเรา

ปัจจุบัน ธุรกิจไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ ต่างมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพราะว่า การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันเป็นเรื่องง่าย และมีราคาไม่แพงเหมือนสมัยก่อน อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีอันทันสมัยต่างๆ เข้ามาเพื่อลดช่องว่างระหว่าง ร้านค้าที่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ไม่มีความรู้ทางด้านนี้ หลายคนอาจจะถามว่า ถ้าบริษัทเล็กมาก มีสินค้าอยู่ไม่กี่ตัวที่อยากจะขาย ทำไมต้องมีเว็บไซต์ และการมีเวปไซท์มันจะทำให้ขายของได้มากขึ้นรึเปล่า หรือ ใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ค่อยเป็นจะทำได้รึเปล่า สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นคำถามคาใจหลายๆคนอยู่

ทีนี้เรามาลองดูว่าเว็บไซต์จะช่วยอะไรเราได้บ้าง
ลดต้นทุนในการโฆษณา
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ถ้าเปรียบเทียบกับการโฆษณาในรูปแบบอื่น เว็บไซต์ ดูจะการลงทุนที่ถูกกว่า แต่ได้ผลลัพท์ที่ดีเกินคาดเว็บไซต์ ถือได้ว่าเป็นการโฆษณาที่ทรงพลังช่องทางหนึ่ง และสามารถทำให้คนมองเห็นได้มากที่สุด ถ้าเราทำอย่างถูกวิธี และถูกต้อง แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักพักในการทำให้ผู้คนรู้จักเว็บไซต์ เราแต่ก็มีช่องทางมากมายที่ใช้ในการโปรโมทเว็บไซต์ของเรา เช่น ทาง Social Networking ต่างๆ รวมไปถึง Pay-Per Click หรือ Google Ad words

เพิ่มการมองเห็น และเป็นที่รู้จัก
ทำอย่างไรคนถึงจะเห็น และรู้จักเว็บไซต์ของเรา เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับคนที่มีเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนเคยได้ยินชื่อบริษัทของเรา และอยากจะรู้จักเราเพิ่มมากขึ้น สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่ทำคือ การเข้าไปค้นหา ชื่อบริษัทเราในอินเตอร์เน็ต เพราะฉะนั้น เว็บไซต์เราจึงจำเป็นต้องมีข้อมูลที่สำคัญ และน่าสนใจ เช่น ที่อยู่บริษัท เบอร์โทรศัพท์ แผนที่ หรือแม้กระทั่งเวลาเปิด และปิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถทำให้ลูกค้าติดต่อเราได้ง่ายขึ้น

เพิ่มศักยภาพของการเข้าถึงข้อมูล
เว็บไซต์ นั้นเปิดตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลาป่วย และไม่มีอู้งาน อาจจะมีบ้างบางครั้งที่ เซิร์ฟเวอร์มีปัญหา แต่นั่นก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะเหตุนี้ กลุ่มลูกค้าของคุณสามารถ เข้ามาดูข้อมูลเมื่อไหร่ เวลาใดก็ได้ ลูกค้าสามารถเห็นการอัพเดทโปรดักร์ การอัพเดทคอนเทนท์ ทันที ที่เข้ามาในเว็บไซต์ รวมถึงโปรโมรชั่น หรือการส่งข้อความเพื่อให้ติดต่อกลับไปยังลูกค้านอกเวลาทำการ ซึ่งนี่เป็นข้อได้เปรียบ และสะดวกต่อลูกค้าเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะไม่มีพนักงานอยู่คอยรับโทรศัพท์ตอนกลางคืน แต่เว็บไซต์ก็ยังทำหน้าที่แทนได้

เพิ่มยอดขาย และขยายตลาด
เว็บไซต์สามารถช่วยเราขายของได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่นการขายสินค้าออนไลน์ ในระบบตะกร้า หรือ E-Commerce ทำให้ร้านค้าสามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ลูกค้าไม่ต้องรอให้ร้านเปิด หรือเสียเวลาไปซื้อสินค้าที่หน้าร้านโดยตรง นอกจากนี้ การมีเว็บไซต์ยังช่วยเพิ่ม และกระตุ้นยอดขายสินค้าของบริษัทได้

ง่ายต่อการใช้งาน
ปัจจุบันนี้ การสร้างเว็บไซต์เป็นเรื่องง่ายไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารจัดการข้อมูล (CMS: Content Management System) หรือแม้กระทั่งระบบตะกร้า (E-Commerce) การใช้งานจะมีระบบหลังบ้าน (Back End) ที่จะสามารถช่วยร้านค้าให้อัพเดทข้อมูลได้ง่ายขึ้น ระบบช่วยจัดการคลังสินค้า หรือแม้แต่ระบบช่วยทำสรุปยอดขาย รวมถึง Report ต่างๆ อีกทั้งยังมีการทำนาย ยอดขายว่าสินค้าตัวไหนขายดี ตัวไหนกำลังจะขาดสต๊อก ซึ่งการใช้งานระบบเหล่านี้จะไม่เป็นเรื่องยาก หากได้รับการอธิบายวิธีการใช้ที่ถูกต้อง

จริงๆแล้วการมีเว็บไซต์ ยังมีข้อดีอีกหลายด้าน เช่นเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ Online Marketing หรือ Content Seeding เพื่อทำการตลาดในแบบยุคดิจิตัล เพราะฉะนั้นการมีเว็บไซต์ ไม่ได้หมายความว่าแค่สร้างเว็บไซต์แบบชุ่ยๆ ขึ้นมาเว็บไซต์นึง จากนั้นเราก็ทิ้งมันไป แต่เว็บไซต์จะต้องอยู่คู่ไปกับธุรกิจเรา เราต้องหมั่นอัพเดทข้อมูล และดูแล เปรียบเสมือนเป็นประตูด่านแรกที่ทำให้ ลูกค้าเห็น และเชื่อใจในธุรกิจเรา

Posted in: ธุรกิจ

แนวทางการจัดทำเว็บไซต์ เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจ

การทำเว็บไซต์ในปัจจุบัน มีผู้ให้บริการมากมายทั้งแบบที่เป็นเว็บไซต์สำเร็จรูป และเว็บไซต์ Custom made ที่ทำขึ้นเฉพาะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะธุรกิจนั้นๆ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้
1.การเลือกเนื้อหาเว็บไซต์ ถือเป็นส่วนสำคัญในการเริ่มต้นทำเว็บไซต์ ทั้งการจัดโครงสร้าง และ ความ นิยมของเว็บไซต์ สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มต้นจากการสำรวจตัวเอง ว่าชอบหรือสนใจสิ่งใดมากที่สุด หรือมีความรู้เชี่ยวชาญด้านใดมากที่สุด
2.โครงสร้างของเว็บไซต์ มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการที่จะทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชม สามารถค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ได้อย่างเป็นระบบ โดยจะต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของประเภทของผู้เข้าเยี่ยมชม เพราะผู้เยี่ยมชมแต่ละประเภทจะค้นหาข้อมูลที่แตกต่างกัน
3.สามารถดูเว็บไซต์ได้ในหลายบราวเซอร์ การทำเว็บไซต์ควรจะทำเพื่อให้สามารถดูได้จากทุกๆ Version ของ Software ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Netscape Communicator Internet Explorer หรือ อื่นๆ การทำให้ทุกคนดูได้นี้ ถือว่าเป็นการขยายฐานของผู้เข้าเยี่ยมชม
4.ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ สำหรับหน้าแรกของเว็บไซต์ไม่ควรให้โหลดข้อมูลช้า ปัจจัยที่จะกระทบต่อความเร็ว ได้แก่ ขนาดของรูปภาพที่ใช้ จำนวนของรูปภาพที่ใช้และปริมาณของตัวอักษรที่อยู่บนหน้านั้นๆ
5.ความง่ายในการค้นหาข้อมูล ปัจจัยหลักนั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างของเว็บไซต์ตั้งแต่ตอนแรกที่มีการจัดโครงสร้างและจัดกลุ่มของข้อมูล นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น การมี Navigator bar หรือ แถบนำทางในทุกๆหน้าของเว็บไซต์ และถ้าสามารถให้บริการ Search และ Sitemap ได้ก็จะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ค้นหาข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น
6.ตัวอักษร ฉากหลังและสี ที่นิยมใช้คือ ตัวอักษรสีดำ บนฉากหลังขาว ถ้าต้องการกำหนดประเภทของตัวอักษรควรใช้ที่เป็นสากลนิยม เช่น ในกรณีภาษาอังกฤษ อาจใช้ Arial หรือ Times News Roman ในส่วนภาษาไทย อาจใช้ MS Sans Serif การเลือกใช้ตัวอักษรภาษาไทยนั้น ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะในกรณีที่เครื่องผู้เยี่ยมชมไม่มีตัวอักษรนั้นๆ อาจทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมไม่สามารถอ่านตัวอักษรได้เลย
7.รูปภาพ คือไฟล์กราฟิกประเภท GIF หรือ JPEG ในปัจจุบันไฟล์ประเภท PNG ก็มี ลักการพิจารณาการใช้ประเภทเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด คือ จำนวนสีของรูปภาพนั้นๆ ถ้าเป็นภาพแต่งหรือภาพถ่ายที่มีสีมากๆ ก็ควรใช้ไฟล์ประเภท JPEG แต่ถ้าเป็นเพียงปุ่มหรือป้ายที่มีสีไม่มากก็ควรใช้ GIF
8.ส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ของเว็บไซต์ คือ ประวัติความเป็นมาและข้อมูลปัจจุบัน ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้เข้าเยี่ยมชม และอาจจะเพิ่มเติมเกี่ยวกับแถบนำทาง Search Sitemap และยังมีหัวข้ออื่นๆ เช่น ข้อเสนอแนะ คำถามที่ถูกถามบ่อย
9.ก่อนที่จะนำเว็บไซต์ Upload ไปยัง Server ควรจะมีการทดสอบ โดยใช้ทั้ง Netscape Communicator และ Internet Explorer เพื่อดูความเร็วในการโหลดว่าช้าหรือเร็วเพียงใด
10.หลังจากที่เว็บไซต์ Publish ถ้าเป็นไปได้ควรทดสอบก่อน สิ่งที่จะต้องกระทำหลัง Publish คือ การสำรวจ ปรับปรุง และดูแลรักษาเว็บไซต์ เมื่อพบความคิดดีๆ ที่อาจนำมาปรับปรุงเว็บไซต์ได้ก็ควรจะจดบันทึกไว้

Posted in: ธุรกิจ

WordPress เหมาะกับเว็บไซต์แบบใด มีข้อจำกัดอะไรบ้าง

การสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress เริ่มได้รับความนิยมสูง เหมาะสำหรับนำมาสร้างบล็อกส่วนตัวสำนักงาน หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์ใหญ่ๆหลายเว็บไซต์ก็มีการพัฒนามาจาก WordPress เหตุผลที่ได้รับความนิยมนั้นก็เพราะ WordPress มีการใช้งานที่ง่าย รวมทั้งการเขียนบล็อกหรือเปลี่ยนธีมของบล็อกหรือเว็บไซต์ก็ทำได้อย่างไม่ยากเย็น ไม่เป็นอุปสรรคต่อนักพัฒนาเว็บไซต์มือใหม่
ในปัจจุบันนักพัฒนาเว็บไซต์นำ WordPress เสนอขายงานให้กับลูกค้า เพราะ WordPress เป็น Open source ที่แจกให้ใช้งานฟรี และเราเลือกทำงานในรูปแบบ Theme Customization คือการให้ลูกค้าเลือก Theme ที่เราซื้อมา แล้วนำมาปรับแต่งให้เป็นเว็บไซต์ธุรกิจของลูกค้า ซึ่งก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการออกแบบเว็บไซต์ไปอีกหลายส่วน ทำให้ราคาเว็บไซต์ที่ทำด้วย WordPress ถูกกว่าการทำงานแบบเดิมของเราหลายเท่าตัว และประหยัดเวลาไปได้มาก
รูปแบบเว็บไซต์ที่เหมาะกับ WordPress มีดังนี้
1.เว็บบล็อก เหล่าบรรดาบล็อกเกอร์ต่างนิยมใช้งานมากที่สุด เพราะมีลูกเล่นที่ง่าย สะดวกสบาย
2.เว็บไซต์เขียนบทความ รีวิวโรงแรม รีวิวสินค้า ร้านอาหาร งานฝีมือ แอพพลิเคชั่นมือถือ
3.เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์วาไรตี้ การจัดหมวดหมู่และแท็ก ในWordPress นั้นช่วยได้ง่ายมากๆ
4.บล็อกสะสมผลงาน เป็นผลมาจากการผสมเว็บบล็อก แบบ Portfolio
5.เว็บไซต์บริษัท มีธีมที่ดูน่าเชื่อถือ เป็น Professional ให้เลือกมากมาย มีเครื่องมือครบครันโดยเราแทบไม่ต้องจ้างออกแบบเพิ่ม
6.เว็บไซต์ e-commerce ค้าขายสินค้าต่างๆตามต้องการ
7.เว็บไซต์ที่อยากสร้างเว็บบอร์ด และเว็บ community ใช้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน
8.เว็บไซต์ที่ต้องการทำ seo เพราะ WordPress ง่ายต่อการทำ seo เพียงนิดเดียวก็สามารถติดอันดับได้ง่ายๆ
9.เว็บไซต์ที่มีหลากหลายภาษา เพราะ WordPress นั้นถูกแปลทั่วโลก และมี Plugins ภาษาเพิ่มเติม
การทำงานด้วย WordPress มักพบปัญหาในเรื่องของ Theme ที่มีบางงานไม่เหมาะกับความต้องการของลูกค้า เช่น งานที่ลูกค้าทำ Design เองไว้แล้ว และไม่ต้องการเปลี่ยน Design หรืองานที่ลูกค้ามีความต้องการด้านระบบ Application ที่เกินกว่า WordPress จะรองรับ แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น เพราะ WordPress มีการพัฒนา Plugins ที่สามารถเพิ่มเติมได้หลากหลายฟังก์ชั่น และที่สำคัญนำมาใช้ได้ฟรี แถมยังพัฒนาอยู่เรื่อยๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน

Posted in: ธุรกิจ

การปรับแต่งคอนเทนท์เว็บไซต์เพื่อดึงดูดลูกค้า

การสร้างคอนเทนท์เป็นสิ่งสำคัญในหน้าเว็บไซต์ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดความสนใจให้ผู้เข้าชมสนใจในสินค้าและบริการ ซึ่งตอนนี้การแข่งขันทางด้านคอนเทนท์ หรือการทำ seo ที่ธุรกิจต่างๆให้ความสนใจกับกลยุทธ์การสร้างคอนเทนท์กันอย่างมาก

การสร้างคอนเทนท์บนตัวเว็บไซต์ของเราเอง ซึ่งคำนึงถึงความสำคัญของผู้ใช้ไม่ใช่เพียงความสวยงามของเว็บไซต์ หรือเนื้อหาที่น่าสนใจเพียงเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความเรียบง่ายในการเข้าถึงด้วยความสะดุดตา และมีรายละเอียด นอกจากนี้พยายามสร้างเนื้อหาที่สามารถคงอยู่ได้ในระยะยาวไม่ต้องมีการเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ ซึ่งคอนเทนท์ที่ว่านี้จะอยู่ในลักษณะของตัวอักษร ภาพ หรือวิดีโอก็ได้ขึ้นอยู่กับความสร้างสรรค์ในการนำเสนอและประเภทสินค้าของเราเอง

การสร้างสไตล์ที่แตกต่าง แน่นอนว่าเราจะต้องมีคู่แข่งที่มากมายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นทางรอดเดียวที่จะทำให้เว็บไซต์สินค้าของเราหลุดออกจากความจำเจของเว็บไซต์ได้ก็คือการสร้างความแตกต่างที่น่าประทับใจให้กับผู้ใช้อาจจะด้วยรูปแบบการเสนอใหม่ๆ หรือเนื้อหาที่สร้างสรรค์ก็ได้

การวางคอนเทนท์ไว้บนเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ Ads, Banner หรือรูปแบบอื่นๆ เพื่อเป็นการกระจายโฆษณาให้กับลูกค้าจากเว็บไซต์อื่นๆ ได้มีโอกาสพบเห็นคอนเทนท์ของเราและเพิ่มช่องทางกลับมาทางเว็บไซต์ได้มากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายคอนเทนท์ไปสู่ผู้อื่นมากขึ้น นอกจากนี้อาจจะเลือกใช้ Blog หรือ Fanpage โดยการเลือกคอนเทนท์ประเภทนี้เราจำเป็นต้องหาเป้าหมายกลุ่มลูกค้าให้เจอก่อนอาจมีการทำวิจัยแบ่งอายุ เพศ ความสนใจ และหัวข้ออื่นๆ ออกมา เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าลูกค้ากลุ่มเหล่านี้นั้นมักเข้าเว็บไซต์ประเภทไหนอยู่บ่อยๆ

ผู้ประกอบการบางรายมักเลือกที่จะเก็บคอนเทนท์ดีๆ เอาไว้บนเว็บตนเองแต่กลับละเลยที่จะคัดเลือกคอนเทนท์ดีๆ เมื่อต้องนำไปวางไว้บนเว็บไซต์ของคนอื่น ก็จะเป็นการเสียโอกาสเมื่อมีผู้เข้ามาพบเห็นแต่กลับไม่สร้างความดึงดูดใจให้เข้าไปค้นหารายละเอียดต่อ ดังนั้นเมื่อได้เว็บไซต์ของกลุ่มเป้าหมายและคอนเทนท์ที่ตรงความต้องการแล้ว ก็ควรเฝ้าติดตามผลด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าคอนเทนท์ที่เลือกนั้นช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน

Posted in: ธุรกิจ

ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ขายสินค้าดูน่าเชื่อถือ

การขายสินค้าทางหน้าเว็บไซต์ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีความสะดวก ลูกค้าไม่จำเป็นต้องไปเลือกซื้อนอกบ้าน เพียงแค่เลือกสินค้าอยู่ที่บ้านก็สามารถได้รับสินค้าที่ต้องการแล้ว แต่การขายของทางหน้าเว็บไซต์ยังมีข้อจำกัด นั่นคือ ลูกค้าไม่กล้าซื้อสินค้า เพราะไม่มีความน่าเชื่อถือ ลูกค้าจึงไม่มั่นใจว่าเมื่อชำระค่าสินค้าแล้วจะได้รับสินค้าจริงๆ ปัญหานี้เองทำให้ผู้ขายสินค้าต้องหาวิธีเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าด้วยความมั่นใจ ซึ่งวิธีที่จะทำให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าของเรามีด้วยกัน ดังนี้

1.มีชื่อโดเมนเป็นของตัวเอง ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ มากกว่าการใช้โดเมนฟรีของเว็บไซต์อื่นๆ นอกจากนี้หากโดเมนลงท้ายด้วย .co.th จะยิ่งน่าเชื่อถือขึ้น เพราะเว็บไซต์ที่จดด้วยโดเมนนี้จะอยู่ในรูปแบบของบริษัท และมีการยืนยันทำให้ดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

2.ไม่ควรใช้ Hosting ฟรี เพราะพื้นที่ฟรีส่วนใหญ่จะนำโฆษณาต่างๆที่ไม่ใช่ของคุณไปแสดงที่หน้าเว็บไซต์ ซึ่งก่อความลำคาญให้กับลูกค้า

3.ควรออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม ใช้งานง่าย ก็จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อของภายในเว็บไซต์ของ คุณได้มากเลยทีเดียว

4.อัพเดตข้อมูลใหม่ๆอยู่ตลอด การที่ไม่อัพเดตข้อมูลเลยจะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมเกิดความสงสัยว่าเว็บไซต์นี้ยังมีการให้บริการอยู่หรือไม่ การที่มีสินค้าใหม่เข้ามาจึงควรทำการอัพเดตอยู่เสมอ เพื่อช่วยยืนยันว่ายังขายสินค้าอยู่

5.ใช้ข้อมูลจริงที่สามารถติดต่อได้ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าคุณได้มาก เพราะลูกค้าจะเข้าใจได้ทันทีว่า หากเขามีปัญหา เขาจะสามารถติดต่อคุณได้แน่นอน

6.ลูกค้าที่เคยใช้บริการพูดถึงสินค้าหรือบริการของเรา ว่าดีแค่ไหน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ดีมาก และรูปแบบของการอ้างอิงลูกค้านั้น คุณควรจะเลือกเอา คำพูดหรือประโยค ที่ลูกค้าพูดถึงคุณในมุมที่ดี และช่วยกระตุ้น สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาอ่านได้

7.ยืนยันตัวตนด้วยกลุ่มหรือองค์กรต่างๆ หากเราเป็นสมาชิกองค์กรหรือสมาคมต่างๆให้ช่วยยืนยันการเป็นสมาชิก เช่น หมายเลขสมาชิก ใบประกาศ มาแสดงไว้ที่หน้าเว็บไซต์ของคุณเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาที่เว็บไซต์คุณ

จากที่กล่าวเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ยังมีอีกหลายวิธีที่ทำให้เว็บไซต์ของเราดูน่าเชื่อถือ เพราะการซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์นั้น ทางผู้ซื้อไม่สามารถทราบว่าสถานะของผู้ขายเป็นอย่างไร ดังนั้นการทำเว็บไซต์ให้ดูดีน่าเชื่อถือจะช่วยยกระดับสินค้าของเรา และมียอดขายเพิ่มขึ้นด้วย

Posted in: ธุรกิจ

การพัฒนาธุรกิจที่น่าสนใจและนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเราเอง

uz6หลายๆองค์กรให้ความสนใจกับการพัฒนาองค์กร ซึ่งในอดีตเราอาจจะต้องมีทีมงานขึ้นมาทำหน้าที่เป็นพิเศษและต้องใช้เวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ในปัจจุบันมีซอฟท์แวร์หลายๆบริษัทที่พัฒนาการใช้งานในด้านของการจัดโครงสร้างองค์กรขึ้นมา โดยให้ผู้บริหารสามารถทดลองปรับเปลี่ยนองค์กรเพียงแค่คลิกเมาท์แล้วไปวางหน่วยงานที่ต้องการไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ข้อมูลต่างๆของหน่วยงานนั้นๆทั้งหมดก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปทั้งข้อมูลตำแหน่ง ข้อมูลหน่วยงาน และข้อมูลผู้บังคับบัญชาโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริหารสามารถประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรได้โดยรวดเร็วและถึงตัวบุคคลมากยิ่งขึ้น
การพัฒนาธุรกิจของตัวเองนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องคิดค้นวิธีใหม่ๆ เองเสมอไป หนทางที่ง่ายกว่าคือการลองมองดูธุรกิจรอบๆตัวเราดูบ้างว่ามีแผนพัฒนาธุรกิจอะไรที่น่าสนใจและสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเราเองได้บ้าง ซึ่งเราคงไม่ต้องมองไปไหนไกล เราสามารถเริ่มต้นได้จากดูคู่แข่งของเราเองก่อนว่าพวกเขามีอะไรที่ดีกว่าและนำหน้าเราอยู่ และยังมีอะไรที่ขาดหายไป หรือมีอะไรที่น่าจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก จากนั้นนำสิ่งที่เราเห็นมาวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อหาข้อดี ข้อเสีย และผลที่ตามมาเมื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจตัวเองว่ามีความคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน

เคล็ดลับที่จะพัฒนาธุรกิจของคุณได้

1.เพิ่มราคาสินค้าโดยใช้วิธีการหรือเทคนิคของการขายท่ามกลางหรือระหว่างลูกค้า ตลาด ผู้ค้า ฯลฯ เพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับกิจการ
2.เพิ่มราคาสินค้า เป็นวิธีการหนึ่งที่จะเพิ่มผลกำไรคือการเพิ่มราคา
3.ปรับปรุงการตลาด โดยธุรกิจจำนวนไม่น้อยไม่เชื่อว่าการตลาดจะสามารถสร้างหรือทำลายองค์กรได้ และสามารถใช้เป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมในการก้าวสู่ความสำเร็จ
4.ทำบัญชีกระแสเงินสด ให้จับตามองให้มากขึ้น นำบัญชีกระแสเงินสดของคุณให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ แม้ในภาวะที่ธุรกิจทำกำไร
5.เพิ่มผลกำไรจ่ายภาษี บางธุรกิจหลีกเลี่ยงการทำกำไรเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องหรือผิดจริยธรรม
6.เปิดรับแนวความคิดใหม่เสมอ
7.ใช้จ่ายเงินในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ ควรประหยัดถ้าทำได้แต่ควรจ่ายถ้าจำเป็น

Posted in: ธุรกิจ

เทคโนโลยีที่ใช้กันในปัจจุบันจึงถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูล

19

นอกจากนี้เทคโนโลยีเหล่านี้ยังถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรในอนาคต ดังจะเห็นได้จากเดฟ อุลริช ปรมาจารย์ทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ระบุว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันธุรกิจในอนาคต เช่นเดียวกันกับ คัมมิ่ง และเวอร์รี่ ผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาองค์กรและการบริหารการเปลี่ยนแปลงได้จัดให้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร เทคโนโลยีที่ใช้กันในปัจจุบันจึงถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูล การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การเรียกดูข้อมูล การประมวลผล การใช้งานร่วมกันแบบหลายๆ คน และการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น มีค่าใช้จ่ายต่ำลง เพิ่มคุณค่าและประโยชน์ในการใช้งานข้อมูล และสารสนเทศที่ได้มาจะมีคุณภาพในการนำไปวิเคราะห์และใช้งานมากเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันเทคโนโลยียังสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการในการผลิตและการทำงานให้มีต้นทุนที่ต่ำลง ใช้เวลาในการทำงานที่ลดลง และได้สินค้าหรือผลลัพธ์ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เทคโนโลยีจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรเป็นอย่างยิ่ง

การนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาองค์กรสามารถทำได้หลายระดับและหลายรูปแบบ เช่น การนำไปจัดระบบกระบวนการผลิตอัตโนมัติ ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาองค์กร ดังต่อไปนี้ ในปัจจุบันหลายๆ องค์กรให้ความสนใจกับการพัฒนาองค์กร โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร บ้างก็ยุบรวมหน่วยงาน บ้างก็แยกหน่วยงานออกมา บ้างก็ตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาสนับสนุนและประสานงาน ซึ่งในอดีตเราอาจจะต้องมีทีมงานขึ้นมาทำหน้าที่เป็นพิเศษและต้องใช้เวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ในปัจจุบันมีซอฟท์แวร์หลายๆ บริษัทที่พัฒนาการใช้งานในด้านของการจัดโครงสร้างองค์กรขึ้นมา โดยให้ผู้บริหารสามารถทดลองปรับเปลี่ยนองค์กรเพียงแค่คลิกเมาท์แล้วไปวางหน่วยงานที่ต้องการไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ข้อมูลต่างๆ ของหน่วยงานนั้นๆ ทั้งหมดก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปทั้งข้อมูลตำแหน่ง ข้อมูลหน่วยงาน และข้อมูลผู้บังคับบัญชาโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริหารสามารถประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น

Posted in: ธุรกิจ

การโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย

โลกออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนสมัยใหม่ไปแล้ว ทำให้เกิดเว็บไซต์ที่นำเสนอสินค้าหรือข้อมูลข่าวสาร และเกิดธุรกิจออนไลน์ขึ้น แต่จะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้เว็บไซต์ได้รับความนิยม คงจะเป็นการยากที่จะคาดเดาว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกออนไลน์จะอยู่ในรูปแบบใดและจะมีผลต่อธุรกิจของเราในโลกออนไลน์อย่างไรบ้าง แต่จากแนวโน้มของธุรกิจออนไลน์ที่เกิดขึ้นใน ปัจจุบัน ทำให้พอคาดการณ์ได้คร่าว ๆ ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ประเด็น

การโฆษณาผ่านทางสังคมออนไลน์เริ่มมีเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ในปัจจุบันธุรกิจต่างๆใช้การโฆษณาผ่านทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ในอนาคตจะใช้สื่อโฆษณาผ่านทางออนไลน์และอินเทอร์เน็ตมากขึ้น และด้วยผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้การโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์มีการเข้าถึงได้มากขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายช่องทางที่ช่วยให้เว็บไซต์ได้รับความสนใจ เช่น การทำ Search Engine Marketing โดยบริการที่ได้รับความนิยม ในปัจจุบันคือ Google Adwords โดยการประชาสัมพันธ์เว็บไซ ต์ใน Google Adwords ท่านสามารถกำหนด Keywords ให้ตรงกับเนื้อหาในเว็บไซต์ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายพิมพ์คำเหล่านั้น ในการค้นหาผ่าน Google และเจอเว็บไซต์ของท่านทางด้านขวามือ และด้านบนสุดของผลการค้นหา ส่วนของค่าใช้จ่ายจะลดลงไปตามคลิกของผู้เข้าชมเว็บไซต์ อีกทั้งในเนื้อหาโฆษณาเรายังสามารถกำหนดเองได้ด้วย

เว็บไซต์ช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะกระแสของการมีเครือข่าย สร้างและขยายเครือข่ายถือเป็นเรื่องสำคัญบนโลกออนไลน์ และสิ่งแรกและจำเป็นที่ต้องมีคือเครือข่าย ทำความเข้าใจง่ายๆว่าคือกลุ่มเพื่อน กลุ่มลูกค้า กลุ่มคนรู้จัก เป็นต้น

เครือข่ายอินเตอร์เน็ตอันทรงพลังนี้แสดงให้เห็นว่า การเข้าถึงสินค้า หรือการพูดคุยกันบนโลกออนไลน์ลดช่องว่างของการห่างกันของผู้ประกอบการ และผู้บริโภคได้ เพราะว่าใคร ทำอะไร ทีไหน อย่างไรก็สามารถรับรู้ถึงความต้องการในขณะนั้นได้ง่ายๆ หากธุรกิจทราบแนวโน้มในทิศทางความเป็นไปของโลก ออนไลน์และพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ย่อมทำให้ธุรกิจบนโลกออนไลน์สามารถคงอยู่และประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

Posted in: ธุรกิจ

Local Hosting ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจในการทำการตลาดในต่างประเทศหรือมีเว็บไซต์ที่มีเป้าหมายในหลายๆประเทศ คุณคงได้พบกับหัวข้อ “Local Hosting” มาแล้วไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่หลายๆคนสงสัยก็คือ มันจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณดีขึ้นได้มากน้อยเพียงใด

1. ช่วยให้เว็บของคุณทำงานได้รวดเร็วขึ้น – เว็บไซต์ทั่วโลกถูกสร้างขึ้นจากหลายเครือข่ายๆหลายพันเชื่อมต่อกัน เมื่อมีคนต้องการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณ (เช่นการโหลดหน้าเว็บ) ข้อมูลจะมีการเดินทางจากเซิร์ฟเวอร์ของคุณไปยังเครือข่ายผู้ให้บริการโฮสติ้งของคุณ ทำให้การที่คุณใช้ “Local Hosting” จะช่วยให้การเดินทางของข้อมูลไวขึ้นเนื่องจากมีช่วงทางการเดินทางของข้อมูลที่สั้นลง

2. ช่วยลดค่าใช้จ่าย – การวางเครื่องเซิร์ฟเวอร์อาจจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง ถ้าคุณมีการทำการตลาดหรือมีเว็บไซต์ในประเทศที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่า การวางเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือเช่า “Local Hosting” เป็นทางเลือกที่ค่อนข้างดีมาก เช่นในอเมริกา แต่ละรัฐมีการเก็บค่าไฟฟ้าที่ต่างกัน การวางเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในรัฐที่มีการเก็บค่าใช้ไฟฟ้าที่ราคาถูกกว่าจะช่วยให้ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถนำเงินมาลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจได้

3. ลดความเสี่ยงทางด้วยการเมืองและกฎหมาย – แต่ละประเทศย่อมมีกฎหมายที่แตกต่างกันในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบางประเทศอาจจะให้ความสำคัญในการรักษษข้อมูลส่วนตัวและองค์กรการค้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าคุณ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำผิดกฎหมายก็อาจจะถูกยึดเซิร์ฟเวอร์เป็นหลักฐานได้ ดังนั้นบางธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยที่น้อยกว่าก็เลือกที่จะใช้ “Local Hosting” ของประเทศนั้นๆเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ

4. ช่วยในการทำ SEO – สถานที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ Google พิจารณาในการจัด Ranking เนื่องจากถ้าสถานที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์ (ตรวจสอบผ่านที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์) อยู่ใกล้กับผู้ใช้จะช่วยให้ Google มองว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่าเว็บไซต์ของคุณเกี่ยวข้องกับประเทศที่คุณทำธุรกิจนั้นจริงๆ และช่วยให้ผู้ที่ต้องการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกด้วย (ผ่าน Search Engine)เพราะจะทำให้เว็บของคุณถูกนำเสนอในหน้าแรกของผู้ใช้ในประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีมากถ้าคุณต้องการมุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าในประเทศนั้นๆเพียงอย่างเดียว

Posted in: ธุรกิจ

การพัฒนาเว็บไซต์สำหรับการทำธุรกิจ

ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็น บริษัท องค์กร ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆได้จัดทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อให้บริการบนอินเทอร์เน็ตนั้น สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งก็คือการพัฒนาระบบเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย และรวดเร็ว เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น นอกจากเรื่องของความรวดเร็วของระบบ ที่มีผลทำให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ให้ความสนใจและชื่นชม มากไปกว่านั้นเรื่องของข้อมูลต่างๆ ผู้พัฒนาเว็บไซต์ยังต้องให้ความสำคัญมากขึ้นอีกด้วย
สำหรับหลักในการพัฒนาเว็บไซต์และระบบต่างๆให้น่าสนใจนั้นคือ

1.การพัฒนาเว็บไซต์ ให้มีความทันสมัย เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าต่างๆโดย ผู้พัฒนาเว็บไซต์จะเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ให้เป็นเว็บไซต์โฉมใหม่ มีสองภาษาให้เลือกในเมนู ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์นั้นเป็นที่รู้จักได้กว้างขวางขึ้นในกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาจากต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ธุรกิจมีแนวโน้มขยายตัว และส่งออกให้กับลูกค้าต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

2.การพัฒนาเว็บไซต์โดยการอัพเดตข้อมูลข่าวสารที่ผ่านมา หรือ การจัดทำแบนเนอร์โฆษณาเว็บไซต์ขึ้น เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเว็บไซต์ได้โดยตรง ทำให้ธุรกิจได้รับความไว้วางใจ และความน่าเชื่อถือจากกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น และยังสามารถช่วยสนับสนุนธุรกิจเหล่านั้นผ่านทางการโฆษณาเว็บไซต์ให้กับกลุ่มลูกค้ารายใหม่ได้อีกด้วย

3.การพัฒนาเว็บไซต์ เป็นการปรับปรุงระบบต่างๆที่เคยมีปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผู้พัฒนาเว็บไซต์จะมีระบบและแนวทางที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์

จะเห็นได้ว่าเว็บไซต์เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมอย่ามากบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งเว็บไซต์เป็นสื่อที่อยู่ในความควบคุมของผู้ใช้โดยสมบูรณ์ เนื่องจากผู้ใช้สามารถตัดสินใจเลือกได้ว่าจะดูเว็บไซต์ใดและไม่เลือกดูเว็บไซต์ใด ได้ตามต้องการ ก็จะสามารถที่จะเปลี่ยนไปดูเว็บไซต์อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากในปัจจุบันมีเว็บไซต์อยู่มากมาย และยังมีเว็บไซด์ที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ทุกวัน ผู้ใช้จึงมีทางเลือกมากขึ้น และสามารถเปรียบเทียบคุณภาพของเว็บไซด์ต่าง ๆ ได้ฉะนั้นแล้วเว็บไซต์ที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม มีการใช้งานที่สะดวก ย่อมได้รับความสนใจจากผู้ใช้มากกว่าเว็บไซต์ที่ดูสับสน หาอะไรไม่เจอ และการใช้เวลาในการแสดงผลแต่ละหน้านานเกินไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากการออกแบบเว็บไซต์ไม่ดี
ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์จึงเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างเว็บไซต์ให้ประทับใจผู้ใช้ ทำให้เขาอยากกลับเข้ามาเว็บไซต์เดิมอีก ซึ่งนอกจากจะต้องพัฒนาเว็บไซต์ที่ดีมีประโยชน์แล้ว ยังต้องคำนึงถึงการแข่งขันกับเว็บไซต์อื่น ๆ อีกด้วย

Posted in: ธุรกิจ

วิธีการการพัฒนาเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ

การพัฒนาเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่องทางนี้ช่วยโปรโมตแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ทำให้บริษัทมีความน่าเชื่อถือ เป็นช่องทางที่ขาดไม่ได้ของแบรนด์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ในบทความนี้เราจะบอกวิธีที่ทำให้เว็บไซต์ของธุรกิจประสบความสำเร็จ

1.รู้จักกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เพศ อายุ พฤติกรรม รูปแบบการใช้งานเว็บไซต์ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการสร้างเว็บไซต์ เนื่องจากทำให้แบรนด์สามารถเลือกรูปแบบเนื้อหาได้อย่างเหมาะสมได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

2.หลีกเลี่ยงการใช้ Code ที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เว็บไซต์โหลดได้เร็ว คอยดูอัตราส่วนของข้อมูลในการใช้เวลาในการโหลดข้อมูลน้อยกว่า

3.เลือกใช้โทนสีบนเว็บไซต์ให้สมดุลกัน เป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มความน่าสนใจบนเว็บไซต์ รวมไปถึงช่วยสร้างจุดดึงดูดและสร้างทัศนคติในด้านบวกที่มีต่อแบรนด์โดยเฉพาะภาพลักษณ์ด้านความน่าเชื่อถือ

4 มีนโยบายในการทำธุรกิจที่ชัดเจน บนเว็บไซต์ควรมีการระบุถึงนโยบายในการทำธุรกิจที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การซื้อสินค้า การชำระเงินและการขนส่งสินค้า

5.คำว่า Free ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค เป็นคำที่มีอิทธิพลทางการตลาดได้ดีกว่าคำศัพท์อื่นๆ คำว่า Free จึงเป็นอีกคำหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

6.เพิ่มช่องทางในการติดต่อ การนำเสนอช่องทางในการติดต่อเช่น สนทนาสด และแบบฟอร์มกรอกอีเมลเพื่อรับข่าวสาร ทำให้ผู้ใช้สะดวกสบายเพิ่มความน่าเชื่อถือ

7.การจัดวางปุ่มให้เห็นและใช้งานได้สะดวก ช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมสิ่งสำคัญในการออกแบบส่วนต่อประสานบนเว็บไซต์แบรนด์ คือการตรวจสอบลิงค์เสีย (Broken Link) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาผู้ใช้

8.ใช้โซเชียลในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นช่องทางเสริมของเว็บไซต์ช่วยทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้สะดวกขึ้น รวมถึงยังเป็นวิธีการขยายฐานลูกค้า ไปยังกลุ่มผู้ใช้งานโซเชียลที่มีมากถึงหลายร้อยล้านคน

9.การอัพเดตข้อมูลเว็บไซต์ที่ดีช่วยเพิ่มยอดขาย มีการอัพเดตข้อมูลอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพก็ช่วยดึงยอดขายที่จะตามมาในอนาคต เพราะเว็บไซต์เป็นช่องทางสำคัญที่ผู้บริโภคเชื่อมไปถึงการซื้อสินค้า

Posted in: ธุรกิจ

การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อการทำ ธุรกิจ e-Commerce ให้ประสบผลสำเร็จ


การเริ่มต้นธุรกิจ e-Commerce ดำเนินการได้หลายรูปแบบและสามารถมีพัฒนาการไปตามโอกาส ในการเติบโตของธุรกิจ ดังนี้
– การลงประกาศขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางการซื้อขาย  โดยผู้ให้บริการด้านตลาดกลาง (e-Marketplace): เพื่อทดสอบตลาดด้วยสินค้าจำนวนไม่มาก  ของใช้ส่วนตัว   ของหายาก  ซึ่งทำให้ไม่ต้องยุ่งยากในการดูแลเว็บไซต์  และการติดต่อทางการเงิน
– นำสินค้าออกประมูลทางอินเทอร์เน็ต:   หากคุณมีสินค่จำนวนไม่มาก หรือเป็นของที่หายาก และไม่ต้องการความยุ่งยากในการจัดการเกี่ยวกับเว็บไซต์ ก็สามารถนำสินค้านั้นมาประมูลได้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการในรูปแบบนี้ เช่น eBay หรือ pramool
– การใช้บริการจาก e-Commerce  สำเร็จรูป    เป็นการซื้อระบบงาน e-Commerce สำเร็จรูปเข้ามาใช้  จะหาซื้อระบบได้ง่าย ส่วนใหญ่มีมาตรฐานเดียวกัน จะทำให้ประหยัดงบประมาณและใช้เวลาไม่นานในการติดตั้ง  แต่อาจแก้ใขให้ตรงกับความต้องการหรือความเหมาะสมของธุรกิจได้ยากและหากผู้พัฒนายกเลิกไปจะไม่สามารถขอคำปรึกษาได้อีก
– พัฒนาร้านค้าออนไลน์โดยจ้างบุคคลภายนอกดำเนินการ ซึ่งจะเป็นผู้มีความชำนาญงาน    ทำให้การพัฒนาได้เร็ว  ตามงบประมาณที่ได้มีการจัดสรรไว้  แต่ต้องระวังข้อมูลของธุรกิจอาจถูกเปิดเผยและ   มีปัญหาในการบำรุงรักษา
–  พัฒนาร้านค้าออนไลน์โดยทีมงานของตนเอง:  ใช้ทีมงานของตนเอง  ซึ่งต้องมีทักษะ ความรู้และประสบการณ์ ในการพัฒนาระบบ e-Commerce ซึ่งใช้เวลานานและต้นทุนสูง แต่สามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ค่อนข้างจะยุ่งยาก

การพัฒนาหรือการสร้างเว็บไซต์ e-Commerce ในปัจจุบันมีแนวทางหลักๆ อยู่ไม่กี่แนวทาง โดยมากแล้วผู้ประกอบการจะอาศัยวิธีการในลักษณะการจ้างนักพัฒนามืออาชีพเข้ามาจัดการธุรกิจของตัวเอง มีการตกลงกันถึงความต้องการของผู้ประกอบการถึงเรื่องต่างๆ ที่เป็นเรื่องหลักๆ บนหน้าเว็บไซต์ ของการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ วิธีการแสดงสินค้าบนแคตตาล็อกออนไลน์ วิธีการเลือกสินค้าใส่ในตระกร้าสินค้า วิธีการชำระเงิน รวมถึงการออกแบบหน้าตาของเว็บไซต์ ซึ่งบางบริการที่จัดไว้ให้ของนักพัฒนามืออาชีพจะเป็นในลักษณะเทมเพลท คือ มีรูปแบบหน้าตาเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบไว้แล้ว เพียงแค่ผู้ประกอบการมีสินค้าและข้อมูลต่างๆ ก็สามารถนำมาใส่ไว้บนรูปแบบที่ถูกจัดวางไว้แล้วอย่างง่ายดาย วิธีการนี้ก็ได้รับความนิยมในระดับหนึ่งแต่มีข้อสังเกตว่าเว็บไซต์นั้นๆ จะมีหน้าตาและการจัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายๆ กันไปหมด

ส่วนอีกวิธีหนึ่งที่ผู้ประกอบการหลายรายเรียกใช้บริการจากนักสร้างเว็บมืออาชีพคือ ปล่อยให้มีการออกแบบอย่างเต็มที่ สร้างสรรค์ e-Commerce ให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการมากที่สุด ทั้งการออกแบบ แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่คิดให้บริการแก่ผู้ใช้เว็บ รวมถึงการคิดในเรื่องการตลาดให้ครอบคลุม โดยมากบริการรับสร้างเว็บนั้นๆ จะใช้สโลแกนว่า โทเทิล โซลูชั่น สำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ลักษณะวันสต้อปเซอร์วิสบนเรื่อง e-Commerce

Posted in: ธุรกิจ